Sirin Farm Call Center : 086-321-1997 | Line@ : @sirinfarm

กินดีมีคุณภาพ ดั่งคนในครอบครัว “สิรินทร์ฟาร์ม”

โดย มัลลิกา นามสง่า

“เมื่อก่อนเราอาจไม่ได้สนใจสุขภาพตัวเองมาก แต่พอมีลูก เปลี่ยนไปอัตโนมัติเลย คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด อย่างสมมติกินข้าว เราจะเอาอะไรที่ดีที่สุดในจานกับข้าวนั้นให้ลูก”

“แหม่ม” คัทลียา แมคอินทอช คุณแม่ลูกสามได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเริ่มทำ “สิรินทร์ฟาร์ม” ณ จ.เชียงราย ซึ่งมีคุณสามีสงกรานต์ กระจ่างเนตร์ เป็นคนลุยเอง

“สิ่งที่ดีแก่ลูกๆ ไม่ต้องราคาแพง ไม่ต้องหายาก ไม่ต้องอร่อยล้ำ หากแต่มีคุณภาพ มีคุณประโยชน์ และปลอดภัยต่อตัวลูกรวมถึงต่อสิ่งแวดล้อมด้วย” เธอบอก

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของความห่วงใยและใส่ใจสุขภาพสมาชิกในครอบครัว ค่อยๆ เริ่มส่งต่อไปถึงเพื่อนๆ คนใกล้ชิด และขยับขยายไปสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เชฟชื่อดังเลือกใช้

“ที่ผ่านมาเวลาเรารับประทานก็เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีอยู่แล้ว พูดตรงๆ สมัยนั้นและสมัยนี้ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ก็มีให้เลือกขึ้นเยอะ ตอนนั้นก็ไม่ได้หาง่าย คือว่าประเทศอื่นเขาสนใจเรื่องพวกนี้กันนานแล้ว แต่ประเทศไทยอาจจะช้ากว่าที่อื่นหน่อย เมืองนอกเขาหาซื้อได้ง่าย แล้วคุณภาพเชื่อถือได้จริงๆ ก็เลยคิดไปคิดมา อ๊ะ! เราก็ทำเองสิ”

สิรินทร์ฟาร์ม จากบ้านไร่ของลูกๆ ที่วันหยุดพาลูกๆ ไปปลูกผัก เลี้ยงไก่ กลายเป็นธุรกิจไร้สารเคมี ผลิตภัณฑ์จากสิรินทร์ฟาร์ม ไก่ปลอดสาร ไข่ไก่ หมูปลอดสาร ลูกชิ้นหมู-ไก่ ข้าวหอมมะลิปลอดสาร กุนเชียง ไส้กรอก ซี่โครงหมู เบค่อนรมควัน ไส้อั่ว ไส้กรอกอีสาน ฯลฯ กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภคที่รักสุขภาพ

“เราคุยปรึกษากันมาตลอด ตั้งแต่ไปหาดูที่ ตัดสินใจซื้อที่ ซื้อที่เปล่ามา เราก็ไปไถ่ชีวิตโค-กระบือมาไว้ที่ฟาร์ม และก็เริ่มเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงหมู และมันก็ต่อยอดมาเรื่อยๆ เริ่มจุดประกายก็คือมีลูกสาวเนี่ยแหละ (เนซซี่) ก็เลยอยากให้เขาได้กินอาหารที่ปลอดสาร ไม่มีสารเร่งฮอร์โมนที่เป็นอันตรายมาก

แหม่มจะเป็นกำลังใจมากกว่า พี่บีบี๋ลุยเองหมด เป็นคนลงแรงลงมือ เขาศึกษา เขาชอบและเขาก็อินมาก อยากจะมีฟาร์มเป็นของตัวเอง เราก็ได้แต่เป็นหน่วยให้กำลังใจ ซัพพอร์ตเต็มที่อยากทำอะไร”

ลุยในที่นี้คือลุยจริงๆ คัทลียา บอกว่าหลายคนอาจจะคลางแคลงใจว่าคนที่มีเงิน คงใช้เงินให้คนอื่นลงแรงให้ แต่สำหรับการทำฟาร์มสงกรานต์ลงแรงเองทุกส่วน

“เริ่มตั้งแต่หาความรู้เกี่ยวกับการเกษตรแบบปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยเอง การทำคอก ทำเล้า ขุดบ่อเลี้ยงปลา เรียกว่าเรียนผิดเรียนถูกจนให้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี ใช้เวลาเกือบ 4 ปี กว่าจะมีวันนี้ ยากมาก มันต้องใช้ความอดทน ใช้ความตั้งใจ ใช้ทุกอย่างค่ะ ความรู้ก็ต้องขวนขวาย ลองผิดลองถูก

ทำอันนี้ อ้าว! ผิด ไม่ได้ล่ะ ไก่ตายหมดทั้งคอกเลย ทำยังไงดี เอ๊ะ! เราจะรักษายังไง ป่วย ไม่ให้ยา ไม่ฉีดยา ก็ต้องหาวิธี โอ๊ย! ลองผิดลองถูกมาเยอะ คือถ้าใช้สารเคมีรักษามันง่าย หรือเลี้ยงในกรงก็ดูแลง่าย ให้อาหาร อัดยาอย่างเดียว แต่ไก่ของเราวิ่งเล่นตามทุ่ง เลี้ยงแบบธรรมชาติ พอเลี้ยงแบบธรรมชาติเราก็ควบคุมไม่ได้ ฝนจะตก แดดจะออก หรือโรคระบาด

ตอนนี้พี่บีบี๋วางระบบไว้หมดแล้ว ตัวเขาก็ไปดูบ้างและก็มีคนงานช่วยดูแลตามหน้าที่ต่างๆ เพราะเราไม่ได้อยู่ฟาร์ม 100% มันก็ต้องมีคนที่ทำแทนได้ แต่ช่วงแรกๆ ไปเยอะ ก็ต้องไปดู”

แนวคิดของสิรินทร์ฟาร์ม คือทำการเกษตรแบบยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้หลักการของระบบนิเวศ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เช่น มูลสัตว์นำไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อนำกลับมาใช้ในการเพาะปลูกพืช ผัก และนำวนกลับมาเป็นอาหารของสัตว์ เรียกว่าไม่มีของเสีย อีกทั้งส่งผลดีต่อระบบนิเวศด้วย

ไก่เลี้ยงแบบปล่อย (Free Range) คือไม่มีการขังกรง แม่ไก่สามารถเดินเล่นได้อย่างเต็มที่ และออกไข่ในรัง ไม่ฉีดยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ไม่ฉีดฮอร์โมน อาหารของไก่ ผสมด้วยสูตรเฉพาะของสิรินทร์ฟาร์ม ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรที่เป็นยา เพื่อช่วยในเรื่องภูมิต้านทานให้กับไก่ และไม่ใช้สาร Chlorophyll Red ซึ่งเป็นสารสกัดจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพื่อเร่งสีแดงของไข่แดง ทำให้ไข่ไก่ของที่นี่ปลอดสารเคมี

หมู ตอนนี้เป็นฟาร์มแห่งเดียวที่ได้ทำการขยายหมูคุโรบุตะพันธุ์แท้ ไม่ฉีดสารเร่งเนื้อแดง ไม่ฉีดยาปฏิชีวนะ ไม่ฉีดฮอร์โมน

ข้าวหอมมะลิ ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี รวมถึงไม่ใช้ยากันชื้น

คัทลียา ฉายภาพต่อว่า สิรินทร์ฟาร์มเสมือนบ้านพักตากอากาศของครอบครัว และเป็นศูนย์การเรียนรู้นอกโรงเรียนให้กับลูกๆ

“ช่วงไหนที่เราว่างตรงกันก็จะขนกันไปทั้งครอบครัว เด็กๆ ไปก็สนุก เนซซี่ (ลูกสาวคนเล็ก) ก็ไปเก็บไข่ พอเก็บเสร็จก็มานั่งเช็ดไข่ ชั่งแล้วก็แพ็ก มันก็เป็นเหมือนกิจกรรมครอบครัว

ตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว และมันก็กำลังขยาย โตเร็วพอสมควร อาจด้วยจังหวะ เพราะเราก็เป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว มีลูก เพื่อนเรามีลูก ลูกเรามีเพื่อน ทุกคนก็ใส่ใจเรื่องสุขภาพหมด แม่ๆ ทุกคนก็จะแบบ เอาบ้างดิ ขอกินบ้างดิ มันถึงวัยที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของลูก

แล้วพี่บีบี๋เป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำจริง ก็เป็นข้อดี ตอนนี้คือหยุดทำไม่ได้แล้ว ถ้าหยุด อ้าว! แล้วยังไงอ่ะ เราจะทิ้งผู้บริโภคเราเหรอ”

ส่วนเรื่องราคาที่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจะมีราคาสูงนั้น แหม่มให้ความเห็นว่า

“ราคาก็ไม่ได้ต่างกันมาก ไข่แพ็กหนึ่งโดยทั่วไปขาย 60-70 ของเรา 100 บาท ห่างกันไม่มาก แต่ว่ามันคุ้มไหม คุณคิดระยะยาวดีกว่า อย่าคิดแค่ราคา คนชอบคิดว่า โอ๊ย! มันแพง แต่จริงๆ คุณต่ออายุไปได้อีกเท่าไหร่ และเราไม่ได้ตั้งราคาแบบกะฟาดหัวเข้าบ้าน เราคิดให้ฟาร์มมันอยู่ได้ มีกำไรบ้าง เพื่อที่จะไปต่อยอด แต่ไม่ได้คิดว่า ฉันต้องเก็งกำไร เอาให้แบบต้องรวยล้นฟ้า เรายังทำธุรกิจอีกหลายอย่าง แต่ตรงนี้เริ่มต้นมาจากเราต้องการให้ได้กินของที่ดี” 

Cr : https://www.posttoday.com/life/life/554630

นิตยสารแพรว

สงกรานต์-คัทลียา กระจ่างเนตร

เห็นออกงานถี่ยิบแบบนี้ ใครจะรู้ว่าความจริงแล้ว บีบี๋-สงกรานต์ สามีนักธุรกิจของแหม่ม-คัทลียา ที่ปกติอยู่ท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์ กลับหลงใหลชีวิตตะลุยทุ่ง มุ่งสู่การเป็นฟาร์มเมอร์สุดพลัง ถึงขั้นปลุกปั้นที่ดินของแหม่มที่เชียงรายให้กลายเป็น “สิรินทร์ฟาร์ม” อัดแน่นไปด้วยสัตว์นานาชนิด ทั้งวัว หมู เป็ด ไก่ นกยูง วิ่งกันอลหม่าน ไม่นับเทือกสวนไร่นา ที่มีทั้งข้าวและผักผลไม้นับไม่ถ้วน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ลูกๆ ทั้ง 3 คน แมค-คิน-แนสซี่ ได้กินอาหารที่ปลอดภัยแบบ
ออร์แกนิคล้วน บีบี๋จึงลงทุนศึกษาเอง ทำเอง เลี้ยงเองแหม่มเล่าว่า “บีบี๋ตั้งใจทำฟาร์มนี้ให้เป็นที่แฮงค์เอาท์ของครอบครัว เพราะเวลามาที่นี่ ทุกคนมีความสุขมาก บีบี๋จะตื่นตี 5 ไปดูสัตว์คลุกอีเอ็มอยู่ค่อนวัน ส่วนเด็กๆ จะไปขลุกที่เล้าหมู ดูเป็ดดูวัว แดดร่มลมตกก็ไปเล่นน้ำในลำธาร บางวันบีบี๋ก็พาลูกไปเด็ดมะละกอมาทำส้มตำกินกัน เป็นครอบครัวสโลไลฟ์ของจริง”

Cr : http://www.praew.com/23070/people/my-man-can-do/

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ฟาร์มออร์แกนิก ฟาร์มในฝัน ‘แหม่ม คัทลียา’

สังคมที่วุ่นวายไปกับการแข่งขันกันมากมาย เพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิต วันๆ หนึ่งเราต้องเผชิญกับปัญหาในการเดินทาง เพราะเมืองหลวงของเราที่การจราจรติดขัดเสียเหลือเกิน จนต้องตื่นเช้ามืดเพื่อออกไปทำงานหาเงิน สร้างฐานะให้ตัวเอง ต้องต่อสู้กันมากมาย ทั้งกับเพื่อนมนุษย์และตัวเอง เหนื่อยหน่ายกับการเดินทางแสนยาวนานในทุกเช้าและเย็น ที่ต่างคนต่างก็เร่งรีบ เพราะอยากจะกลับไปทอดกายผ่อนคลายร่างกายจากความเหนื่อยล้า

เมื่อวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงได้กลับไปพักผ่อนในถิ่นฐานที่จากมา คงได้ปลดปล่อยตัวเองกันไปบ้างแล้ว เพราะประเทศไทยของเรา ก็ยังพอมีความอุดมสมบูรณ์อยู่บ้าง หรืออาจจะค่อยๆ ลดน้อยลงไป แต่ความสงบก็คงยังมีให้ได้พักกัน ได้จนรู้สึกไม่อยากกลับมาเมืองหลวง กรุงเทพมหานครแห่งนี้ แต่นี่คือสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องยอมรับมันต่อไป แต่อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่มีที่พักกายหย่อนใจในวันหยุดยาวของปี

ชาวเมืองหลวงหลายคน คงเคยฝันไว้ว่าอยากกลับไปสู่ธรรมชาติ ให้ธรรมชาติบำบัดร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้า ด้วยการมีที่ดินในต่างจังหวัด มีบ้านพักที่ล้อมไปด้วยต้นไม้ และสายน้ำ “สิรินทร์ฟาร์ม” เป็นอีกหนึ่งของฟาร์มในฝันของดาราคุณแม่ลูกสาม คนนี้ “แหม่ม คัทลียา” ที่สามีได้ลงทุนซื้อที่ดินไว้ที่เชียงราย พื้นที่กว้างขวาง มีแม่น้ำขุนกรไหลผ่านอีกด้วย นึกภาพไม่ออกเลยว่า จะมองได้ไกลสุดลูกหูลูกตาถึงไหน แต่คุณสามีไม่ได้ซื้อที่ทิ้งไว้เฉยๆ เนื่องจากส่วนหนึ่งของพื้นที่นี้ เป็นแปลงนาที่มีการทำนามาอย่างต่อเนื่องอยู่ 30 ไร่ เมื่อซื้อที่มาก็เลยสานต่อการทำนาข้าวซะเลย โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นคนทำและมี “บีบี๋” หรือ “สงกรานต์ กระจ่างเนตร” สามีของคุณแหม่มเป็นผู้ดูแลทั้งหมด

คุณแหม่ม เล่าว่า สามี คือคุณบีบี๋เป็นคนที่รักธรรมชาติ ชอบชีวิตแบบเรียบง่าย ได้ทำการเกษตร ทำไร่ ทำฟาร์ม เมื่อได้ที่แปลงใหญ่นี้มา เลยคิดกันว่าจะทำนาส่วนที่เป็นแปลงนาในพื้นที่ต่ออีก เพราะที่บ้านก็กินข้าวกันอยู่แล้ว จึงเริ่มทำคิดที่จะทำนาข้าว ซึ่งก็มีทั้งข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว ผลผลิตที่ออกมา ก็นำมารับประทานเอง และก็ลองได้ทานแล้ว และที่สำคัญที่คำนึงเป็นอย่างมาก ที่เป็นเหตุผลให้อยากทำ อยากปลูกเอง คือ เรื่องความปลอดภัยจากสารพิษสารเคมีเจือปน เพราะถ้าเราทำเองเราก็เลือกใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ ที่มาจากธรรมชาติ และในอนาคตก็อยากรับสายพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพมากขึ้นและหลากหลายมากขึ้นด้วย

นอกจากจะมีนาข้าวที่สร้างผลผลิตไว้ให้ได้กินเอง และแบ่งปันญาติพี่น้องแล้ว ฟาร์มสิรินทร์แห่งนี้ ยังมีสวนผลไม้ต่างๆ ทั้งที่เป็นผลไม้เมืองหนาวพันธุ์จากต่างประเทศและผลไม้ไทย ทั้ง ชมพู่ ส้ม อะโวคาโด มะยงชิด และอื่นๆ ซึ่งต่างก็เป็นผลไม้ที่สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะลูกๆ ของคุณแหม่มชื่นชอบ

“เวลาที่พาลูกๆ ไปก็มีความสุข เด็กๆ ก็ชอบ วิ่งไปเด็ดผลไม้มากิน เราเป็นแม่ก็มั่นใจว่าปลอดภัยจากสารปนเปื้อน เพราะเราดูแลเอง และมันก็ต่างจากท้องตลาด ที่กว่าจะถึงมือเรา ก็ผ่านการเก็บรักษาหลายขั้นตอน ไม่เพียงแค่นาข้าว และผลไม้นานาชนิดเท่านั้น แต่ใน “สิรินทร์ฟาร์ม” ยังมีปศุสัตว์เล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน มีทั้ง ไก่ เป็ด และวัว เริ่มต้นจากการไปซื้อวัวเพื่อไถ่ชีวิต เพราะสงสารเลยเอามาเลี้ยง โดยตัวแรกเป็นแม่วัวท้องแก่ จากนั้นก็ซื้อเพิ่มมาอีกเป็นคู่แม่ ลูก เพื่อสามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้ และก็เพิ่มมาเรื่อยๆ นอกจากนี้คุณบีบี๋ยังได้ซื้อวัวสายพันธุ์จากต่างประเทศ พันธุ์แองกัส เพื่อที่อนาคตจะสามารถต่อยอดได้” อดีตนักแสดง กล่าว

คุณแม่นักโภชนาการ ยังกล่าวไปอีกว่า “สิรินทร์ฟาร์ม ตั้งชื่อนี้มาจากชื่อของลูกสาวคนเล็ก น้องสิรินทร์ เนื่องจากคุณบีบี๋ตั้งใจจะให้ที่นี่เป็นบ้านพัก และสถานที่เที่ยวพักผ่อนไปในตัวสำหรับครอบครัว และในอนาคตนั้น ก็อยากให้มีการพัฒนาต่อยอดต่อไปเรื่อยๆ เริ่มทำทีละอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป พื้นที่ผืนกว้าง สามารถทำได้อีกหลายอย่าง เราก็ค่อยๆ ลงเงินลงแรงกันไป ก็แอบหวังไว้ว่า หากมีโอกาสก็อยากทำในเชิงธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้อยากจะเก็งกำไรมากมาย แต่อยากทำให้เป็นฟาร์มออร์แกนิก ที่มีความหลากหลาย สามารถเป็นที่ท่องเที่ยวพักผ่อนให้กับหลายๆ คนที่ชื่นชอบ ความพอเพียง และรักสุขภาพด้วย เพราะผลผลิตของเราปลอดสารปลอดภัยทุกกระบวนการ เนื่องจากคำนึงถึงครอบครัวและลูกๆ”

อย่างไรก็ตาม ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า “สิรินทร์ฟาร์ม” แห่งนี้อาจกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเชียงราย หรือไม่ก็อาจเป็นฟาร์มและรีสอร์ตในตัว อาจมีทั้งที่พักที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ร้านอาหารวัตถุดิบออร์แกนิกจากในฟาร์ม แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์และปศุสัตว์ ตลาดนัดการเกษตรที่เป็นแหล่งของฝากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ วันหนึ่งอาจกลายเป็นธุรกิจเพื่อท้องถิ่น ที่สามารถช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชนอีกด้วย

หวังไว้ว่าในพื้นที่ผืนนี้จะเป็นดั่งที่พักผ่อนหย่อนใจของทั้งครอบครัวคุณแหม่ม และให้กับใครอีกหลายคนที่ชื่นชอบธรรมชาติ ได้เยี่ยมชมธรรมชาติที่สวยงาม ฟาร์มที่หลากหลายไปด้วยพันธุ์พืชและสัตว์ในเชิงเกษตรที่ฟาร์มสิรินทร์ หากความใฝ่ฝันของคุณบีบี๋และคุณแหม่มเป็นจริง “ไทยรัฐออนไลน์” เอาใจช่วยด้วยนะ.

Cr : http://www.thairath.co.th/content/396910

0